บทที่ 6 สายตาที่เริ่มแปรเปลี่ยน
หลังเหตุการณ์ฉีกหน้ากากมารยาของไป๋ลี่ว์ในงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นสิ้นสุดลง ความอับอายขายหน้ากุมหัวใจของมู่หรงจิ่นจนเขาต้องรีบหลบหน้าออกจากงานเลี้ยงไปอย่างรวดเร็ว เสียงซุบซิบนินทาของเหล่าคุณหนูและขุนนางที่เคยเคลือบแคลงในตัวลี่อิงหลัน แปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวและความบริสุทธิ์ผุดผ่องของนาง
สายลมยามบ่ายพัดผ่านระเบียงไม้อันสงบเงียบด้านข้างสวนหลวง ลี่อิงหลันเดินปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวาย เสี่ยวชุ่ยที่เดินตามมาติดๆ มีสีหน้าแช่มชื่นและสะใจอย่างเห็นได้ชัด
"คุณหนูเจ้าคะ! สะใจเหลือเกินเจ้าค่ะ! เห็นหน้าแม่นางไป๋ลี่ว์ตอนถูกทหารลากตัวไปลงโทษหรือไม่เจ้าคะ ซีดราวกับไก่ต้มทีเดียว!" เสี่ยวชุ่ยหัวเราะเบาๆ ในคอ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นนอบน้อมเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนรออยู่ใต้ต้นเหมย
เซียวอ๋อง 'เซียวจ้าน' ยืนกอดอกพิงเสาไม้ระเบียง อาภรณ์ปักลายมังกรทองสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย รังสีความน่าเกรงขามที่เคยแผ่ออกมาเปรียบดังแม่ทัพในสนามรบ บัดนี้กลับนุ่มนวลลงอย่างประหลาดเมื่อดวงตาคมกริบคู่ นั้นทอดมองมายังลี่อิงหลัน
"เสี่ยวชุ่ย เจ้าไปรอข้าที่รถม้าก่อน" ลี่อิงหลันเอ่ยสั่งสาวใช้เบาๆ
เสี่ยวชุ่ยย่อกายรับคำสั่ง แล้วรีบถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน ปล่อยให้ศาลาริมระเบียงเหลือเพียงคนทั้งสอง
ลี่อิงหลันก้าวไปข้างหน้า ค่อยๆ ย่อกายทำความเคารพอย่างนุ่มนวลและสง่างาม "ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงยื่นมือเข้าช่วยเหลือและส่งท่านหมอหลวงจางมาช่วยเปิดโปงความจริงในวันนี้เพคะ"
เซียวจ้านค่อยๆ ก้าวเข้ามาหานาง ระยะห่างที่ลดลงทำให้นางได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายความนิ่งสงบจากตัวเขา ดวงตาคมปลาบจับจ้องใบหน้างดงามที่ยังคงเยือกเย็นและมีสติอยู่อย่างน่าทึ่ง
"เปิ่นหวางมิได้ช่วยเจ้า..." เซียวจ้านเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำลุ่มลึก "เจ้าเป็นผู้จัดวางหมากไว้ทั้งหมดแต่แรกแล้วมิใช่หรือ? เจ้าใช้วิธีเปลี่ยนแผนของพวกมันให้กลายเป็นหลุมพรางดักซุ่ม ข้าเพียงแค่ส่งคนมาหยอดน้ำมันให้ไฟมันลุกโชนขึ้นเท่านั้น"
ลี่อิงหลันยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มบางๆ นั้นทำให้ใบหน้างดงามดูมีเสน่ห์ลึกล้ำ "ถึงกระนั้น หากไร้ซึ่งอำนาจและบารมีของท่านอ๋อง หมอหลวงจางคงมิอาจออกหน้าตรวจร่างอนุภรรยาผู้นั้นได้อย่างเด็ดขาดเช่นนี้"
เซียวจ้านมองรอยยิ้มของนาง หัวใจของแม่ทัพผู้ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนพลันกระตุกวูบเบาๆ ในอดีต สตรีมากมายพยายามเข้าหาเขาด้วยมารยา ออดอ้อน หรือใช้ความอ่อนแอเพื่อเรียกร้องความสงสาร ทว่าสตรีตรงหน้ากลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นางมีความเด็ดเดี่ยว สติปัญญาเฉียบแหลม และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงโดยไร้ความหวาดกลัว
ความรู้สึกชื่นชมอันลึกซึ้งเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเซียวอ๋องโดยที่เขาเองก็แทบไม่รู้ตัว
"มู่หรงจิ่นคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ" เซียวจ้านเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิด "เขาเสียหน้าอย่างหนักต่อหน้าขุนนาง ความโลภและความโกรธจะทำให้เขาเริ่มใช้วิธีการที่มืดมนขึ้นเพื่อบีบบังคับเจ้าและตระกูลลี่"
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ" ลี่อิงหลันดวงตาทอประกายแข็งแกร่ง "แต่หม่อมฉันก็เตรียมพร้อมที่จะขุดรากถอนโคนเขาเช่นกัน"
เซียวจ้านยกมือขึ้นเบาๆ สั่งให้ เฉินเฟิง องครักษ์ส่วนพระองค์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก้าวออกมา ด้านหลังของเฉินเฟิงคือยอดฝีมือหญิงในชุดดำสองคนที่มีหน่วยก้านคล่องแคล่วและดวงตาเฉียบคม
"นี่คือ เยี่ยนอี และ เยี่ยนเอ๋อร์ ยอดฝีมือเงาแห่งจวนเซียวอ๋อง" เซียวจ้านเอ่ยเร่งด่วน "นับตั้งแต่วันนี้ พวกนางจะคอยอารักขาเจ้าอยู่ในเงามืด ตระกูลมู่หรงมีสายสัมพันธ์กับขั้วอำนาจมืดในราชสำนัก ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ"
ลี่อิงหลันชะงักไปเล็กน้อย นางมองยอดฝีมือทั้งสองแล้วหันกลับมามองเซียวจ้านด้วยความประหลาดใจ "ท่านอ๋อง... สายสืบเงาของจวนเซียวอ๋องทรงคุณค่ายิ่ง เหตุใดจึงมอบให้หม่อมฉันถึงสองคนเช่นนี้เพคะ? พันธมิตรของเรามิจำเป็นต้อง..."
"นี่ไม่ใช่เรื่องของพันธมิตร" เซียวจ้านตัดบท น้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองนางด้วยความจริงใจอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยให้สตรีใดเห็นมาก่อน "เปิ่นหวางไม่ชอบเห็นคนของข้า หรือผู้ที่ข้าให้ความสนใจ ต้องตกอยู่ในอันตราย"
คำว่า 'ผู้ที่ข้าให้ความสนใจ' ทำให้นัยน์ตาของลี่อิงหลันสั่นไหวเล็กน้อย หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยความแค้นพลันรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ซึมซาบเข้ามาในอก
เซียวจ้านขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกครึ่งก้าว เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ทำท่าเหมือนจะแตะที่ปอยผมของนางที่ปลิวมาติดแก้ม แต่ก็ชะงักไว้แล้วดึงมือกลับอย่างให้เกียรติ
"ทำตามแผนของเจ้าต่อไปเถิด ลี่อิงหลัน..." เซียวจ้านเอ่ยเสียงนุ่ม "เบื้องหน้า... เจ้าคือผู้ควบคุมเกมแก้แค้น แต่เบื้องหลัง... จำไว้ว่าเจ้ามีเปิ่นหวางเป็นเกราะป้องกันที่ไม่มีวันพังทลาย"
ลี่อิงหลันมองบุรุษตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ชาติก่อนนางสู้และสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวในเรือนเย็น ทว่าในชาตินี้... สวรรค์มิเพียงมอบโอกาสให้นางได้ทวงแค้น แต่ยังส่งบุรุษผู้สูงส่งและพร้อมจะปกป้องนางด้วยชีวิตคนนี้เข้ามาในชะตาชีวิตของนางอีกด้วย
"หม่อมฉัน... ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ" ลี่อิงหลันยิ้มออกมาจากใจจริง รอยยิ้มงดงามประกายสดใสที่ทำให้อุทยานอันหนาวเหน็บดูอบอุ่นขึ้นมาในทันตา
เซียวจ้านมองรอยยิ้มนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาที่เคยเย็นชาชั่วชีวิต บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนไปเสียแล้ว
